แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ okpay แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ okpay แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หลัก 9 ข้อในการเทรด Divergence

การเทรดโดยใช้หลักการดู Divergence เป็นวิธีการเทรดอีกอย่างหนึ่งซึ่งสามารถทำกำไรได้เป็นกอรปเป็นกำในแต่ละครั้งที่คุณพบเจอ เพราะนั่นจะหมายถึงการเปลี่ยนเทรน และ Divergence ก็เป็นสัญญาณเตือนคุณได้อย่างดีว่า เทรนกับลังจะเปลี่ยนไป
เครื่องมือส่วนใหญ่ที่เราจะใช้ในการดู Divergence ก็จะเป็นพวก Oscillator ต่างๆ และที่นิยมใช้กันมากในการดู Divergence ได้แก่ MACD , Stochastic และ RSI เป็นต้น แต่ก่อนอื่นเราลองมาดูหลักในการดู Divergence กันก่อนว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่จะช่วยให้เราไม่พลาดในการเลือกหาจุดเข้าทำกำไร
1. ต้องแน่ใจว่าคุณเห็น Divergence จริงๆ ซึ่งถ้ามี Divergence ราคามักจะมีรูปแบบดังต่อไปนี้ คือ
  • >> ระดับสวิงไฮของราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าสวิงไฮก่อนหน้า (Higher High :HH)
  • >> ระดับสวิงโลว์ของราคาที่ปรับตัวต่ำกว่าสวิงโลว์ก่อนหน้า (Lower low :LL)
  • >> Double top
  • >> Double  bottom
อย่าเพิ่งมองที่ Indicator จนกว่าคุณจะเห็นว่าราคามีลักษณะดังที่กล่าวมาอย่างน้อยหนึ่งอย่าง และถ้าไม่มีลักษณะดังกล่าวมาเลยแล้ว ก็หมายความว่าไม่มีการเกิด Divergence ดังนั้น อย่าคิดเอาเองว่าเกิด Divergence ถ้าไม่เห็นลักษณะของราคาดังกล่าว

 หลัก 9 ข้อในการเทรด Divergence

2. ให้ลากเส้นระหว่างจุดสูงสุด และ จุดต่ำสุด และหลังจากที่คุณเห็นลักษณะบางอย่างของราคาล่าสุดแล้ว ตอนนี้คุณเห็นแค่ลักษณะ 1 อย่างของ สี่อย่างต่อไปนี่คือ  จุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่าจุดสูงสุดเดิม (Higher high), จุดสูงสุดใหม่เท่ากับจุดสูงสุดเดิม (Flat high), จุดต่ำสุดใหม่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิม (Lower low), จุดต่ำสุดใหม่เท่ากับจุดต่ำสุดเดิม (Flat low)
ที่นี้ก็ลากเส้นจากจุดสูงสุดในปัจจุบันไปหาจุดสูงสุดก่อนหน้า และอีกกรณีก็คือลากจากจุดต่ำสุดในปัจจุบัน กลับไปหาจุดต่ำสุดก่อนหน้า ซึ่งมันจะต้องเป็นสวิงที่สำคัญต่อเนื่องกัน และถ้าคุณเห็นว่าระดับความเหลื่อมล้ำของทั้งสองจุดมีน้อยมากก็ไม่ต้องไปสนใจมัน ลืมไปได้เลย

3. ถ้าเห็นสวิงมีระดับที่เหลือมล้ำกันมากๆ ลากเส้นระวห่างสวิงไฮหรือสวิงโลว์  เมื่อคุณเห็นว่าสวิงไฮ 2 สวิงล่าสุดมีระดับที่เหลื่อมล้ำกันมากๆ ก็ให้คุณลากเส้นระหว่างสวิงทั้งสอง และในกรณีที่เป็นสวิงโลว์สองสวิง ก็ให้ลากเส้นเชื่อมต่อระหว่างสองสวิงนั้นเช่นกัน
อย่าพยายามลากเส้นที่ระดับต่ำสุดหากคุณเห็นว่า สวิงไฮได้ทำจุดสูงสุดใหม่ 2 รอบ (Higher high) เพราะนั่นมันจะหมายถึงว่าราคายังอยู่ในเทรนขาขึ้น

 หลัก 9 ข้อในการเทรด Divergence

4. เปรียบเทียบระหว่างราคาและ Indicator เมื่อคุณลากเส้นเชื่อมต่อระหว่างสองจุดของสวิงไฮ หรือสวิงโลว์แล้ว ตอนนี้ก็มาดูที่ Indicator และเปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวของราคา ไม่ว่าเราจะใช้ Indicator ชนิดไหนก็ตาม จำไว้ว่าเรากำลังเปรียบเทียบยอดสวิงไฮ และสวิงโลว์ของ Indicator ดับราคา

 หลัก 9 ข้อในการเทรด Divergence

5. ถ้าคุณลากจุดระหว่างจุดเชื่อมต่อระหว่างสวิงไฮสองจุดของราคาแล้ว คุณก็ต้องลากเส้นที่จุดสูงสุดสองจุดของ Indicator ด้วย และทำเช่นเดียวกันในกรณีที่เป็นสวิงโลว์ ถ้าคุณลากเส้นเชื่อมต่อระหว่างสองสุดของสวิงโลว์แล้ว คุณก็ต้องลากเส้นเชื่อมต่อระหว่างสองจุดต่ำสุดใน Indicator ด้วย

หลัก 9 ข้อในการเทรด Divergence
6. เมื่อเทียบในแนวตั้ง ตรงจุดสูงสุดหรือต่ำสุดที่คุณระบุใน Indicator ต้องเป็นแนวเดียวกันกับที่คุณระบุราคา

 หลัก 9 ข้อในการเทรด Divergence

7. ดูที่ความลาดชัน เพราะ Divergence จะเกิดขึ้นต้องมีความขัดแย้ง หรือมีความลาดชันที่แตกต่างกันของเส้นที่เชื่อมระหว่างจุดสูงสุด หรือ ต่ำสุดสองจุด ใน Indicator และเส้นที่เชื่อมระหว่างสวิงไฮหรือสวิงโลว์ของราคา และความลาดชันจะต้องเป็นอย่างได้อย่างหนึ่ง ระหว่าง เอียงขึ้น (Ascending (rising) เอียงลง(Descending (falling)  หรือเป็นเส้นราบขนานกับพื้น (Flat)

หลัก 9 ข้อในการเทรด Divergence


8. ถ้าคุณตกรถแล้วก็ไม่ต้องรีบ เมื่อคุณเห็นว่า Divergence ได้เกิดขึ้นแล้ว ราคาก็กลับตัวไปได้ซักระยะหนึ่งแล้ว ก็ควรจะเป็นช่วงที่น่าจะพิจารณาว่าจะปิดทำกำไร และถ้าคุณพลาดไม่ได้เข้าตั้งแต่ที่แรก คุณก็พลาดโอกาสไปแล้วและไม่ควรรีบร้อนเปิดออเดอร์ในตอนนี้ แต่คุณควรรอให้ราคาฟอร์มตัวทำสวิงไฮหรือสวิงโลว์ใหม่ และค่อยมองหา Divergence ในครั้งต่อไป

หลัก 9 ข้อในการเทรด Divergence

9. สัญญาณ Divergence ในกรอบราคาใหญ่ๆจะมีแนวโน้มที่แน่นอนมากกว่าในกรอบเวลาที่เล็กกว่า ให้สัญญาณที่ผิดพลาดน้อยกว่า เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสนใจตรงนี้ แต่ถ้าเราใส่ใจกับมันซักหน่อยก็อาจทำให้เราได้เปรียบในการทำกำไรมากขึ้น
Divergence ในกรอบเวลาที่เล็กกว่าจะเกิดขึ้นบ่อยกว่าแต่มีความน่าเชื่อถือน้อยกว่า เทรดเดอร์บางคนอาจจะมองหา Divergence ใน กรอบเวลาอย่าง 15 นาทีหรือน้อยกว่านั้น แต่มันจะมีสัญญาณรบกวนที่มากเกินไป เราจึงขอแนะนำให้มองเฉพาะ Divergence ในกรอบราคา 1 ชั่วโมงขึ้นไป



Credit:http://www.thaiforexschool.com

วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555

บริหารเงินด้วย OKPay


OKPAY นำเสนอรูปแบบใหม่ของการชำระเงินแบบมาสเตอร์การ์ดด้วยบัตรเดบิตจำลอง (Virtual Prepaid MasterCard)


           ในปัจจุบัน OKPAY เป็นหนึ่งในการพัฒนารูปแบบไดนามิกทางการเงินที่มากที่สุด. OKPAY สามารถใช้ได้กับลูกค้าทั่วโลกตั้งแต่ปี 2010 ที่มุ่งเน้นให้ลูกค้าได้รับความสะดวกและเต็มปี่ยมไปด้วยการให้บริการทางการเงินที่สามารถเชื่อถือได้เสมอของบริษัท 

           ผู้บริโภคเกือบพันล้านคนทั่วโลกไม่มีบัตรเครดิต และหลายคนที่มีบัตรเครดิตไม่ต้องการที่จะใช้บัตร เพราะเหตุผลกังวลในด้านความปลอดภัยต่างๆ เพื่อบริการให้ทางออกโซลูชั่นสำหรับลูกค้าเหล่านี้ บริษัท OKPAY ขอนำเสนอรูปแบบของบัตรเดบิตแบบจำลอง 

          ประโยชน์หลักของบัตรเดบิตจำลองคือ การรักษาความปลอดภัยสูงสุด , ไม่ต้องมีการประเมินผลเครดิต (ไม่จำเป็นต้องยื่นหลักฐานในการขอรับบัตรเครดิตเหมือนธนาคารทั่วไป ทางบริษัท Okpay อาจจะขอเอกสารที่จำเป็นเท่านั้น ) ,ง่ายพร้อมสำหรับการใช้งานได้ทันที 
ประโยชน์ของ บัตรจำลอง OKPAY Virtual Debit Card 

          OKPAY มาสเตอร์การ์ด (OKPAY MasterCard) เอื้ออำนวยให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น และแหล่งที่มาของการชำระเงินออนไลน์ที่มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้ กับร้านค้าปลีกหลายล้านแห่งทั่วโลก. โดยใช้ระยะเวลาอันสั้นในการสมัครที่ลูกค้าจะได้รับการรับรองและอนุมัติให้ใช้งานบัตรจำลอง (ข้อมูลหลักที่มีในบัตรจำเป็นสำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์) 

          บัตรจำลองมีหมายเลขชั่วคราวสำหรับการใช้งานเพียงครั้งเดียวหรือหลายการซื้อสินค้าออนไลน์ หมายเลขบัตรนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับแฮกเกอร์ เพราะถึงแม้ว่าหมายเลขบัตรจะถูกเปิดเผยก็ไม่สามารถที่จะใช้งานได้เหมือนบัตรเครดิตทั่วไป เพราะไม่สามารถที่จะถอนเงินออกจากบัตรได้ (โดยปกติบัตรเครดิตทั่วไปสามารถที่จะใช้งานได้หากมีบุคคลอื่นทราบรหัสและหมายเลขบัตรของคุณ แต่มันจะไม่สามารถใช้งานได้นี้บัตรจำลองนี้เพราะมีหมายเลขบัตรและรหัสการใช้งานที่สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว)  เพื่อให้การช้อปปิ้งออนไลน์มีความปลอดภัย บริษัท OKPAY แนะนำให้โอนเงินไปยังบัตรจำลอง ในขณะที่เมื่อคุณพร้อมจะซื้อสินค้า การโอนเงินด้วยวิธีนี้สามารถกำหนดค่าใช้จ่ายให้ตรงกับราคาที่ชำระเงิน และยอดเงินในบัตรจะยังคงว่างเปล่าจนกว่าจะมีการชำระเงินในครั้งต่อไป 

          ในปัจจุบัน ลักษณะการโจรกรรมยังคงเป็นความกังวลหลักที่สำคัญ หมายเลขบัตรจำลองจะไม่นำไปสู่หมายเลขบัตรเครดิตจริงหรือบัญชีเงินฝากธนาคารที่เกี่ยวข้องกับมัน. บัตร OKPAY จำลองเป็นบัตรระบบเติมเงิน (Pre-Paid card) ซึ่งหมายความว่ามีวงเงินในการใช้จ่าย, และไม่ได้เชื่อมโยงกับยอดเงินในกระเป๋าเงินของคุณ
ในการสร้างบัญชีใช้เวลาเพียงไม่กี่วันที่จะได้รับหมายเลขบัตรจำลองที่สามารถใช้งานได้ในทันที สำหรับการสั่งซื้อสินค้าบนร้านค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นบัตรที่ถูกต้องในการชำระสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีร้านค้ามากกว่า 33 ล้านแห่งทั่วโลกที่ยอมรับระบบ MasterCard ®
"เป้าหมายของเราคือ การสร้างระบบการชำระเงินที่ดีที่สุดให้บริการทางการเงินที่เหมาะสมและสะดวกสบายสำหรับผู้ขายและผู้ซื้อ เราได้ฉลองวันเกิดครั้งที่สองของเราเมื่อไม่นานที่ผ่านมา และเรามีความยินดีที่จะเห็นความพึงพอใจของลูกค้าและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง " คำกล่าวของ Konstantin Romanovsky ,ประธานบริษัท OKPAY และซีอีโอ.
"เรามีความยินดีที่จะปรับปรุง OKPAY. เวลานี้เราต้องการที่จะนำเสนอคุณด้วยตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ที่ปลอดภัยด้วย – บัตรเดบิต OKPAY จำลอง!” 
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบบัตรเดบิต OKPAY เสมือนจริง (บัตรเดบิต OKPAY จำลอง) สามารถติดตามได้ที่หน้าข่าว OKPAY News. 


เกี่ยวกับบริษัท OKPAY 

Okpay.com เป็นเว็บไซต์ P2P และ B2C ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ระบบการชำระเงินที่มีบัญชีจำลอง สามารถดาวน์โหลดได้ง่าย ,ส่งเงิน,รับเงิน และถอนเงิน ได้ดีเช่นเดียวกับการซื้อสินค้าออนไลน์
OKPAY เป็นระบบระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่แพร่กระจายอย่างกว้างขวาง และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ eWallet ชั้นนำของโลก ซึ่งมีผู้ถือบัญชีมากกว่า 300,000 บัญชี    เครือข่ายการชำระเงิน OKPAY นำเสนอตัวเลือกการชำระเงินที่มากมาย สำหรับธุรกิจในกว่า 200 ประเทศภายใต้การบูรณาการเพียงครั้งเดียว. OKPAY ช่วยให้คุณสามารถควบคุมทางด้านการเงินออนไลน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพ 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.okpay.com/th/company/news/okpay-virtual-cards.html 

สมัครได้ฟรีที่นี่ https://www.okpay.com/th/account/signup.html


OKPAY คือ E-currency ที่พึ่งเปิดใหม่ ซึ่งสามารถซื้อขายเงินได้กับผู้ขาย เหมือนกับ LR และ Webmoney อีกทั้งยังสามารถถอนเงินได้ เหมือนกับ Paypal และ Moneybookers ผ่านธนาคารไทยโดยตรง  

พิเศษสามารถเปลี่ยน E-currency ต่างๆ เช่น LR, AP , PM ให้เป็นเงินใน OKPAY แล้วสามารถกดถอนผ่านธนาคารไทยเช่นกัน หรือสามารถนำไปใช้ในการจ่ายเงินออนไลน์รวมถึงใช้เป็นการฝากถอนเงินในการเล่น Forex


คลิ๊กเพื่อสมัครเปิดบัญชีได้ที่นี้ https://www.okpay.com/


1. ขั้นตอนการสมัครเปิดบัญชี
http://www.e-currencystore.com/e-curren ... okpay.html

2. วิธีการ verify บัญชี (ต้อง verify บัญชีก่อน ถึงจะถอนเงินได้)
http://www.e-currencystore.com/e-curren ... okpay.html

3. วิธีเพิ่มบัญชีธนาคาร
http://www.e-currencystore.com/e-curren ... okpay.html

4. วิธีฝากเงิน และเปลี่ยน LR เป็นเงินในบัญชี OKPAY เพื่อกดถอนเงินผ่านธนาคารไทย
http://www.e-currencystore.com/e-curren ... okpay.html


หมายเหตุ 

1. ถ้าจะเอาขั้นตอนต่างและรูปภาพไปเผยแพร่ กรุณา ให้เครดิตด้วยนะครับ  " e-currencystore.com "
2. หนึ่งคน ต่อ หนึ่งบัญชีเท่านั้นครับ หากสมัครมากกว่าหนึ่งบัญชี โดนลบ ครับ
3. ถ้าจะเปลี่ยนจาก LR, AP และ PM เป็นเงิน ใน OKPAY ขั้นต่ำ 100 ดอล ครับ
4. ส่วนบัตรตอนนี้เปิดให้กรอกและขอบัตรเดบิตได้แล้วนะครับ ดังนั้นมีทางเลือกสามแบบใน OKPAY สำหรับถอนเงิน

- ผ่านธนาคารโดยตรง ข้อดีคือ รวมค่าธรรมเนียมแล้วประหยัดกว่า แต่ข้อเสีย ต้องถอนอย่างต่ำ 500 ดอล และถ้าจะให้ได้ค่าธรรมเนียมถูกสุดคือต้องถอน 5000 ดอล และรอ 2-5 วันทำการ
- บัตร Master Debit Card ข้อดีคือ ยอดเงินไม่ถึง 500 ดอล ก็กดถอนได้ สะดวกรวดเร็ว ข้อเสีย เสียค่าธรรมเนียมบัตร 
- ถอนผ่าน Exchanger ซึ่งกำลังจะมีให้บริการเร็วๆนี้


เลข SWIFT CODE ธนาคารต่างๆ ในประเทศไทย
ธนาคารกรุงเทพ : BKKBTHBK 
ธนาคารไทยธนาคาร : UBOBTHBK
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา : AYUDTHBK
ธนาคารกสิกรไทย : KASITHBK 
ธนาคารกรุงไทย : KRTHTHBK
ธนาคารนครหลวงไทย : SITYTHBK 
ธนาคารไทยพาณิชย์ : SICOTHBK
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ : SCBLTHBX
ธนาคารทหารไทย : TMBKTHB 
ธนาคารยูโอบี : BKASTHBK